มหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์
มหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์ (Tharaphirak University) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๔ ในชื่อ “โรงสกูลหลวงธาราภิรักษ์” โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อวางรากฐานการศึกษาตามแบบแผนตะวันตก และผลิตบุคลากรชั้นนำที่เป็นเจ้านายและบุตรหลานขุนนางชั้นสูง (อัลฟ่าราชนิกูล) ให้มีความรู้ความสามารถทัดเทียมอารยประเทศ สามารถเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปและบริหารราชการแผ่นดินให้ทันสมัย ในช่วงแรกเน้นการเรียนการสอนในศาสตร์สำคัญของรัฐ
ได้แก่ คณะนิติศาสตร์และการปกครอง และสำนักวิชาการทูต อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยมีสัญลักษณ์คือหงส์ขาวและเมฆา ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นวิทยาลัยหลวงในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ เดิมทีมหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์เปิดรับ เฉพาะอัลฟ่าราชนิกูล เท่านั้น กระทั่งต่อมาถูกปรับสถานะเป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” ราวปี พ.ศ. ๒๔๖๙ และเปิดกว้างให้ทั้งอัลฟ่า เบต้า และโอเมก้าโดยทั่วไปสามารถเข้าศึกษาได้ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและขยายโอกาสทางการศึกษาชั้นสูงให้แก่พลเมืองทุกสถานะทางชีวภาพ
...วิทยาลัยหลวงแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะรักษาปณิธาน
“ความรู้คือแสงแห่งเมฆา ความมุ่งมั่นนำพาหงส์สู่ฟ้าขาว” ตลอดมา...


ประวัติและความเป็นมา
มหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์ (Tharaphirak University) มีจุดกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. ๒๔๑๔ ภายใต้ชื่อ “โรงสกูลหลวงธาราภิรักษ์” ซึ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยตามแบบแผนตะวันตก
ในปี พ.ศ. ๒๔๑๔ โรงสกูลหลวงธาราภิรักษ์ ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อวางรากฐานการศึกษาตามระบบการศึกษาตะวันตก และทำหน้าที่ผลิตบุคลากรชั้นนำที่เป็นเจ้านายและบุตรหลานของขุนนางชั้นสูง (อัลฟ่าราชนิกูล) ให้มีความรู้ความสามารถ ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ เพื่อสามารถเป็นกำลังหลักในการปฏิรูปและบริหารราชการแผ่นดินให้รอดพ้นจากภัยคุกคามและการล่าอาณานิคมในยุคนั้น
ในช่วงแรกของการก่อตั้ง โรงสกูลหลวงแห่งนี้มุ่งเน้นการเรียนการสอนในศาสตร์สำคัญของรัฐที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์และการปกครอง และ สำนักวิชาการทูต เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญในการบริหารและกิจการต่างประเทศให้กับชนชั้นปกครอง โดยโรงสกูลหลวงธาราภิรักษ์ใช้ หงส์ขาวและเมฆา เป็นสัญลักษณ์หลัก ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสูงส่งของปัญญา และการทะยานสู่ความเป็นเลิศ
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๙ โรงสกูลหลวงธาราภิรักษ์ได้รับการยกระดับสถานะขึ้นเป็น วิทยาลัยหลวง ตามความจำเป็นในการขยายขอบเขตการศึกษาระดับสูงให้มีความเป็นสากลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายการรับนักศึกษายังคงจำกัดเฉพาะกลุ่ม อัลฟ่าราชนิกูล เท่านั้น เพื่อรักษาจุดประสงค์แรกเริ่มในการเตรียมผู้นำประเทศโดยตรง
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นราวปี พ.ศ. ๒๔๖๙ เมื่อวิทยาลัยหลวงแห่งนี้ได้ถูกปรับสถานะเป็น “มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียกร้องให้มีการขยายโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศโดยรวม
การปรับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐได้นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางนโยบายการรับนักศึกษาครั้งใหญ่ โดยมหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์ได้ยกเลิกข้อจำกัดทางสถานะกำเนิด และ เปิดกว้างให้ทั้งอัลฟ่า เบต้า และโอเมก้าสามารถเข้าศึกษาได้อย่างเท่าเทียมเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา และขยายโอกาสในการแสวงหาความรู้ชั้นสูงให้แก่พลเมืองทุกสถานะภาพ โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทจากสถาบันการศึกษาเพื่อชนชั้นสูง ไปสู่สถาบันการศึกษาที่เป็นแหล่งบ่มเพาะปัญญาเพื่อการพัฒนาชาติอย่างแท้จริง
กฏระเบียบมหาวิทยาลัย
1. ความประพฤติสมศักดิ์ศรีนักศึกษาธาราภิรักษ์
-
นักศึกษาทุกคนต้องสำนึกอยู่เสมอว่าตนเป็นผู้แทนสถาบัน มีหน้าที่ประพฤติตนให้เรียบร้อย สำรวม และปฏิบัติตามระเบียบมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
2. กิริยามารยาทงดงาม เคารพผู้อื่น และความเป็นสุภาพชน
-
ต้องมีความสุภาพ อ่อนน้อม ไม่ล้อเลียน เหยียดหยาม คุกคาม หรือข่มเหงผู้ใด ไม่ว่าจะด้วยสถานะเพศรองหรือชาติกำเนิด
3. ความสามัคคีในหมู่คณะ
-
ห้ามยุยงสร้างความแตกแยก หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคณะหรือระหว่างกลุ่มเพศรอง หากพบการทะเลาะวิวาทต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ทันที
4. การรักษาทรัพย์สินของสถาบัน
-
ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ไม่ทำลายหรือทำให้เสียหาย หากเกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบชดใช้ตามมูลค่าทรัพย์สิน
5. ห้ามนำอาวุธหรือวัตถุอันตรายเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัย รวมถึงอุปกรณ์ที่อาจใช้เป็นอาวุธ
6. การเข้า–ออกมหาวิทยาลัย
-
นักศึกษาต้องเข้าออกผ่านประตูที่มหาวิทยาลัยกำหนดเท่านั้น โดยต้องแสดงบัตรนักศึกษาเมื่อได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
7. ทรัพย์สินส่วนตัวและเครื่องประดับมีค่า
-
นักศึกษาสามารถสวมใส่เครื่องประดับหรือพกทรัพย์สินมีค่าได้ แต่หากสูญหายมหาวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
8. การลาเรียน–ลาป่วย
-
กรณีลาป่วยหรือมีกิจจำเป็นต้องยื่นใบลาและเอกสารรับรองตามแบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย หากจำเป็นต้องหยุดเรียนระหว่างวันต้องแจ้งที่สำนักกิจการนักศึกษา
9. ระเบียบเกี่ยวกับรอบฮีท (Heat) และรัท (Rut)
-
นักศึกษาทุกสถานะสามารถเข้าร่วมการเรียนหรือกิจกรรมได้ตามปกติ หากควบคุมอาการได้
-
ห้ามใช้สัญชาตญาณเพศรองรบกวนผู้อื่นโดยเด็ดขาด
-
กรณีไม่สามารถควบคุมความรุนแรงของอาการได้ ต้องแจ้งลาป่วยทันที และจะไม่ถูกหักชั่วโมงเรียน
-
อนุญาตให้ใช้พื้นที่ห้องพยาบาลพิเศษสำหรับภาวะฉุกเฉินของเพศรอง
10. การใช้น้ำหอมและบุหรี่ฟีโรโมน ในเขตสถานศึกษา
-
เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการกระตุ้นปฏิกิริยาเกี่ยวกับเพศรอง
-
ห้ามใช้น้ำหอมหรือบุหรี่ฟีโรโมน และสิ่งกระตุ้นที่มีผลต่อกลิ่นฟีโรโมนเพศรองในพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย
11. เกียรติยศและศักดิ์ศรีของหงส์ขาว
-
นักศึกษาทุกคนต้องรักษาชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยธาราภิรักษ์ทั้งภายในและภายนอกสถาบัน ไม่ประพฤติการอันเสื่อมเสีย จนเป็นเหตุให้สถาบันได้รับความเสียหาย
12. นักศึกษาปีหนึ่งจะต้องพักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 เทอมการศึกษา (แยกชาย-หญิงและเพศรอง)
หากนักศึกษาหรือบุคลากรไม่กระทำตามกฏของมหาวิทยาลัยจะต้องถูกตรวจสอบและลงโทษตามความเหมาะสม
หมายเหตุ ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ขอเพียงแค่ไม่แหกกฏจนเกินความเหมาะสมก็เพียงพอ และต้องยอมรับผลที่จะตามมาหากตัวละครของท่านถูกลงโทษจากมหาวิทยาลัยตามเนื้อหาตัวละคร
กิจกรรมชมรมของมหาวิทยาลัย
ทางมหาวิทยาลัยได้มีการจัดเตรียมกิจกรรมชมรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนนอกเหนือจากหลักสูตรวิชาโดยทางมหาวิ ทยาลัยจะมีงบสนับสนุนกิจกรรมสำหรับแต่ละชมรมจำนวนหนึ่งที่จะจัดสรรให้ในทุกปี โดยรายชื่อชมรมของทางมหาวิทยาลัยมีทั้งหมด 18 ชมรมดังต่อไปนี้
-
ชมรมอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์
-
ชมรมประชาสัมพันธ์และกระจายเสียง
-
ชมรมดนตรีสากล
-
ชมรมดนตรีไทย
-
ชมรม Cover dance
-
ชมรมถ่ายภาพ
-
ชมรมดูหนัง
-
ชมรมวิจัยเรื่องลึกลับ
-
ชมรมกลับบ้าน
-
ชมรมบาสเกตบอล
-
ชมรมฮ็อกกี้
-
ชมรมยิงปืน
-
ชมรมยิงธนู
-
ชมรมฟุตบอล
-
ชมรมวอลเลย์บอล
-
ชมรมว่ายน้ำ
-
ชมรมลีลาศ
-
ชมรม E-sport
หมายเหตุ นักศึกษาสามารถสังกัดชมรมได้เพียง 1 ชมรมเท่านั้น สามารถย้ายชมรมได้ปีการศึกษาละครั้ง แต่สามารถลาออกจากชมรมได้ตลอดเวลา

